
ท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมา บรรยากาศก่อนเกมก็สะท้อนความต่างของสองทีมได้อย่างชัดเจน เมื่อเอฟเวอร์ตันต้องขาดแจ็ค กรีลิชที่ป่วยกะทันหัน ขณะที่อาร์เซน่อลยังคงมีขุมกำลังที่ดูพร้อมกว่า แม้กรีลิชจะยังไม่เปล่งประกายในฤดูกาลนี้ แต่การมีเขาอยู่ในสนามย่อมสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับคู่แข่งได้เสมอ ส่วนเอฟเวอร์ตันเองยังคงมีปัญหาเรื่องความลึกของทีมหลังตลาดซื้อขายปิดตัวลง โดยเหลือกองหน้าธรรมชาติให้ใช้งานเพียงไม่กี่ราย และต้องลุ้นให้ผู้เล่นแนวรับตัวหลักฟิตสมบูรณ์ตลอดเวลา
ในอีกฝั่ง อาร์เซน่อลแม้จะเสียบูกาโย่ ซาก้าไปจากอาการบาดเจ็บ แต่ทีมของมิเกล อาร์เตต้ายังแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของขุมกำลังสำรองได้อย่างน่าประทับใจ เมื่อปรับทัพหลายตำแหน่งก็ยังไม่เสียสมดุล แถมเริ่มเกมได้อย่างเฉียบขาดทันที เสียงเฮจากแฟนเจ้าถิ่นดังตั้งแต่ทราบผลอีกคู่ที่วิลล่า พาร์ค ก่อนจะระเบิดอีกครั้งจากลูกเตะมุมของมาร์ติน โอเดการ์ดที่นำไปสู่ประตูแรก ทำให้เกมนี้กลายเป็นฝันร้ายของทีมเยือนตั้งแต่ช่วงต้น แม้เอฟเวอร์ตันพยายามตั้งเกมตอบโต้และมีจังหวะลุ้นอยู่บ้าง แต่ความแตกต่างสำคัญคือความคมในพื้นที่สุดท้าย
เมื่อสกอร์ยังนิ่งอยู่ที่ 1-0 อาร์เตต้าตัดสินใจส่งตัวสำรองลงมาเพื่อเร่งปิดเกม และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามแผนอย่างสมบูรณ์ อาร์เซน่อลได้อีกสองประตูจากแนวรับตัวกลางที่เติมขึ้นมาทำสกอร์ โดยหนึ่งลูกมาจากลูกตั้งเตะและอีกหนึ่งลูกมาจากจังหวะโจมตีด้านข้างที่เปิดเข้าไปให้โหม่งจ่อ ๆ ไม่ใช่ชัยชนะที่งดงามจากเกมรุกไหลลื่นที่สุด แต่เป็นการคว้าสามแต้มแบบมีวุฒิภาวะและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเพียงพอจะพาทีมขึ้นไปเกาะกลุ่มนำและยืนยันให้เห็นว่า นี่คือชัยชนะสไตล์แชมป์อย่างแท้จริง