
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ใหญ่ประจำสัปดาห์กลับมาสร้างความคึกคักอีกครั้ง เมื่อ ลิเวอร์พูล เตรียมเปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงค่ำคืนที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นเกมที่มีผลต่อการลุ้นแชมป์โดยตรงแล้ว สถานการณ์ล่าสุดหลังเบรกทีมชาติยังยิ่งเพิ่มดีกรีความเข้มข้นให้กับเกมนี้มากขึ้น ทั้งสองทีมต่างอยู่ในช่วงสำคัญของฤดูกาล และผลการแข่งขันนัดนี้อาจส่งแรงกระเพื่อมต่อเส้นทางลุ้นความสำเร็จในระยะยาวได้ทันที
ฝั่งเจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล ต้องเจอปัญหานักเตะบาดเจ็บเล่นงานต่อเนื่อง โดย อเล็กซานเดอร์ อิซัค ถอนตัวจากทีมชาติสวีเดนเพราะปัญหาต้นขา ทำให้พลาดช่วยทีมแน่นอน ขณะที่ โกดี้ คักโป มีอาการข้อเท้าและ อูโก้ เอกิติเก้ ยังไม่พร้อมจากปัญหาเอ็นร้อยหวาย ส่งผลให้แนวรุกอาจต้องฝากความหวังไว้กับ บรัดเลย์ บาร์กโกล่า เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ยังมีข่าวดีเมื่อ เฌเรมี่ ฌักเก้ต์ ฟิตกลับมาพร้อมลงสนาม และ เฟเดริโก้ เคียซ่า เริ่มกลับมาซ้อมได้แล้ว แม้ คอเนอร์ แบรดลีย์ กับ โจวานนี่ เลโอนี่ จะยังต้องพักเพราะเจ็บเข่าก็ตาม ด้าน แมนฯ ซิตี้ มีความกังวลเรื่องสภาพร่างกายของ เออร์ลิง ฮาลันด์ หลังมีอาการเดินกะเผลกจากเกมทีมชาตินอร์เวย์ แต่ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ยืนยันว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ขณะเดียวกัน นิโก้ โอไรลี่ และ อองตวน เซเมนโย่ ยังต้องรอประเมินอาการ ส่วน ฟิล โฟเด้น ยังไม่พ้นโทษแบนภายในประเทศและลงช่วยทีมไม่ได้ในนัดนี้ สำหรับความพร้อมคาดว่า ลิเวอร์พูล จะมาในระบบ 4-2-3-1 นำโดย อลีสซง เบ็คเกอร์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, โดมินิค โซโบซไล และ บรัดเลย์ บาร์กโกล่า ส่วน แมนฯ ซิตี้ เตรียมจัดทัพด้วย จานลุยจิ ดอนนารุมม่า, รูเบน ดิอาส, เอนโซ่ เฟร์นานเดซ, ไรยัน แชร์กี และ เออร์ลิง ฮาลันด์
เมื่อมองจากภาพรวม เกมนี้มีโอกาสออกได้ทุกหน้า เพราะทั้งสองทีมต่างมีจุดแข็งและจุดที่ต้องระวัง โดยลิเวอร์พูลได้เปรียบจากเสียงเชียร์และบรรยากาศอันกดดันในแอนฟิลด์ ซึ่งมักเป็นอาวุธสำคัญในเกมใหญ่ ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ แม้จะมีปัญหาจุกจิกทั้งเรื่องอาการบาดเจ็บและสภาพจิตใจของนักเตะบางราย แต่คุณภาพทีมโดยรวมยังสูงและอันตรายทุกจังหวะ เชื่อว่าเกมจะเปิดแลกกันสนุก มีโอกาสผลิตสกอร์ได้ทั้งสองฝั่ง และแม้เจ้าถิ่นจะพยายามใช้ความดุดันบีบเกม แต่ทีมเยือนก็น่าจะมีดีพอบุกมาแบ่งแต้มกลับออกไปได้ โดยสกอร์ที่คาดคือ ลิเวอร์พูล เสมอ แมนฯ ซิตี้ 2-2