
ลิเวอร์พูลเพิ่งต่อยอดฟอร์มที่น่าประทับใจจากชัยชนะเหนือแอตเลติโก มาดริด สู่การกลับมาลุยพรีเมียร์ลีกได้อย่างมีความหวัง แต่สำหรับทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า นี่คืออีกหนึ่งบททดสอบสำคัญ เพราะฟุตบอลถ้วยยุโรปกับเกมลีกอังกฤษมีรายละเอียดต่างกันพอสมควร และแม้ภาพรวมจะเริ่มเห็นแนวทางที่ดี แฟนบอลก็ยังคาดหวังว่าทีมจะรักษามาตรฐานให้ต่อเนื่องได้ในระยะยาว
เกมนี้มีการปรับทัพ 3 ตำแหน่ง โดย คอสตาส ซิมิกาส ได้ออกสตาร์ตแทน มิลอส เคอร์เคซ, ไรอัน กราเฟนแบร์ก ลงมาแทน อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และบรัดเลย์ บาร์โกล่า ได้โอกาสเป็นตัวจริง ขณะที่ฝั่งคู่แข่งก็ขยับผู้เล่นบางจุดเช่นกันเพื่อรับมือกับเกมรุกของหงส์แดง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นชัดคือการเพรสซิ่งของลิเวอร์พูลยังไม่พร้อมเพรียงกันพอในช่วงต้นเกม แม้จะกดดันได้บ้างใน 10-15 นาทีแรก แต่เมื่อเกมผ่านไป ฟูแล่มเริ่มหาทางออกจากการเพรสได้ง่ายขึ้น ต่อบอลแม่นกว่า ครองจังหวะเกมได้ดีกว่า และใช้การโจมตีด้านข้างสร้างความอันตรายได้หลายครั้ง แม้จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมก็ตาม
ครึ่งหลังสถานการณ์แทบไม่เปลี่ยนมากนัก ฟูแล่มยังทำได้ดีกว่าในหลายจังหวะ โดยเฉพาะเกมแดนกลางและการเก็บบอลจังหวะสอง ทำให้ลิเวอร์พูลต้องทยอยปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อแก้เกม แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่ชัดเจนมากนัก สะท้อนว่าทีมยังต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจทั้งเกมเพรสซิ่ง การเข้าทำในพื้นที่สุดท้าย และการประสานงานของแนวรุก โดยเฉพาะเมื่อ บรัดเลย์ บาร์โกล่า ต้องรับมือกับพื้นที่จำกัดมากขึ้นในเกมต่อจากนี้ อีกทั้งยังต้องหาวิธีดึงศักยภาพของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ออกมาให้เต็มที่ เพราะนี่เพิ่งผ่านไปเพียง 5 นัดเท่านั้น และการคาดหวังให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบในทันทีคงเป็นเรื่องที่เร็วเกินไปสำหรับทีมชุดนี้