Not cache

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำไมยังไม่พร้อม? ถอดรหัสวิกฤตหนี้เกลเซอร์ การเปลี่ยนกุนซือถี่ และความหวังใหม่ยุค INEOS

Nattapong Srisai - 2026年09月09日
浏览数 :
0
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำไมยังไม่พร้อม? ถอดรหัสวิกฤตหนี้เกลเซอร์ การเปลี่ยนกุนซือถี่ และความหวังใหม่ยุค INEOS

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นหนึ่งในสโมสรที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลกฟุตบอล เพราะแม้จะมีรายได้มหาศาล ฐานแฟนบอลทั่วโลก และทรัพยากรครบมือ แต่ภาพของความไม่สม่ำเสมอและความไม่พร้อมสำหรับการลุ้นความสำเร็จยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2005 จุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่คือการเทกโอเวอร์แบบ Leveraged Buyout ของตระกูลเกลเซอร์ ที่นำหนี้ก้อนโตเข้ามาแบกสโมสร จากทีมที่เคยไม่มีหนี้เลย กลายเป็นองค์กรที่ต้องรับภาระทางการเงินต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี และทำให้เงินจำนวนมหาศาลราว 1.35 พันล้านปอนด์ไหลออกจากระบบสโมสรแทนที่จะถูกนำไปพัฒนาสนามซ้อม ระบบอะคาเดมี และโครงสร้างฟุตบอลให้แข็งแรงเหมือนคู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และอาร์เซน่อล

ปัญหาในสนามก็สะท้อนออกมาชัดเจนหลังยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อเทียบผลงานก่อนและหลังปี 2013 จะเห็นความแตกต่างแบบคนละโลก โดยช่วง 2005-2013 ยูไนเต็ดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย มีอัตราชนะในลีกสูงถึง 70.3% และเฉลี่ยจบอันดับ 1.5 ขณะที่ช่วง 2013-2025 ทีมกลับไม่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหรือเข้าชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกได้เลย อัตราชนะลดลงเหลือ 52.8% และอันดับเฉลี่ยถอยไปอยู่ที่ 5.2 สโมสรเลือกแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนผู้จัดการทีมอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นวงจรเดิมที่แฟนบอลคุ้นเคยตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ มูรินโญ่, โอเล่ กุนนาร์ โซลชา, ราล์ฟ รังนิก, เอริก เทน ฮาก และ รูเบน อโมริม ซึ่งการปลดบ่อยครั้งทำให้สโมสรต้องจ่ายค่าชดเชยสะสมเกือบ 100 ล้านปอนด์ และสร้างทีมแบบ Frankenstein Squad ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นต่างยุคต่างแนวคิดจากกุนซือหลายคน โดยไม่มีทิศทางระยะยาวที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาถือหุ้นของ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ และกลุ่ม INEOS ด้วยสัดส่วน 28.94% ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะโมเดลบริหารใหม่หันหลังให้กับระบบเดิมที่พึ่งพากุนซือคนเดียว แล้วเปลี่ยนมาใช้โครงสร้างผู้เชี่ยวชาญที่มีทั้ง โอมาร์ เบอร์ราดา, เจสัน วิลค็อกซ์, คริสโตเฟอร์ วิเวลล์ และ ไคล์ มาคอเลย์ เข้ามาทำงานร่วมกัน ด้านฟุตบอลมีการวางบทบาทของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ให้เป็นเฮดโค้ชที่โฟกัสแท็กติกและการซ้อมมากกว่าการควบคุมตลาดซื้อขายนักเตะ พร้อมนำ Data Analytics ระดับเดียวกับวิศวกรรม F1 มาใช้คัดเลือกแข้งอย่าง มาเธอุส คุนญ่า และ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ควบคู่กับการคุมวินัยการเงิน การขายนักเตะเพื่อสร้างกำไรทางบัญชี และลดภาระค่าเหนื่อยสูงของทีม แม้จะมีแผนสร้างสนามใหม่ความจุ 100,000 ที่นั่ง มูลค่า 2,000 ล้านปอนด์ ใกล้โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่คำถามเรื่องหนี้สินยังคงทำให้แฟนผีจำนวนไม่น้อยกังวลอยู่ดี สรุปแล้ว ยูไนเต็ดอาจกำลังเดินมาถูกทางภายใต้ยุค INEOS ทว่า การลบผลกระทบจากหนี้เกลเซอร์และการบริหารผิดพลาดตลอด 20 ปี ยังคงต้องใช้เวลา และแฟนบอลอาจต้องอดทนรอให้ระบบใหม่ทำงานเต็มศักยภาพก่อนจึงจะเห็นคำว่า “พร้อม” อย่างแท้จริง