
ดิ แอธเลติก รายงานคำพูดของ อัฟราม เกลเซอร์ เจ้าของร่วมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งมองว่ามูลค่าทางธุรกิจของสโมสรไม่ได้ผูกติดอยู่กับผลงานในสนาม แม้ทีมจะทำผลงานน่าผิดหวังและร่วงไปอยู่ในโซนท้ายตารางพรีเมียร์ลีก แต่เขายืนยันว่าแบรนด์ปีศาจแดงยังคงทรงพลังและสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นพูดในการประชุมการลงทุนด้านกีฬาของดอยซ์แบงก์ที่กรุงลอนดอนเมื่อช่วงกลางเดือนกันยายน
ระหว่างงานดังกล่าว มีผู้เข้าร่วมสอบถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างความสำเร็จในสนามกับความแข็งแกร่งทางธุรกิจของแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเกลเซอร์ตอบอย่างหนักแน่นว่า สโมสรสามารถรักษาสถานะเป็นหนึ่งในแบรนด์กีฬาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกได้ แม้จะไม่ได้ประสบความสำเร็จในเชิงผลการแข่งขันก็ตาม พร้อมยกตัวอย่างทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ดัลลัส คาวบอยส์ ในเอ็นเอฟแอล และนิวยอร์ก แยงกี้ส์ ในเมเจอร์ลีกเบสบอล ที่ยังคงมีมูลค่าสูงแม้ไม่คว้าแชมป์ใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
รายงานยังระบุว่าแนวคิดดังกล่าวคล้ายกับคำกล่าวของอดีตผู้บริหารแมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยย้ำว่าผลงานในสนามไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพเชิงพาณิชย์ของสโมสร ขณะที่ ฟอร์บส์ ประเมินเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีมูลค่าสูงถึง 7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รั้งอันดับ 3 สโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันในสนามยังน่ากังวล เมื่อทีมรั้งอันดับ 17 ของพรีเมียร์ลีกก่อนเปิดบ้านพบแอสตัน วิลล่า และหากเลวร้ายถึงขั้นตกชั้น ผลกระทบทางการเงินที่ตามมาจะรุนแรงอย่างมากต่อสโมสร