
วงการฟุตบอลบราซิลต้องจารึกเหตุการณ์สุดช็อก เมื่อการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ศึกชิงแชมป์รัฐมินาสเชไรส์ ระหว่างอูเบอร์ลันเดียกับมาโมเร่ กลายเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและความรุนแรง จนผู้ตัดสินต้องควักใบแดงรวมกันถึง 53 ใบ ทำลายสถิติเดิมของวงการลูกหนังโลกอย่างสิ้นเชิง เหตุปะทะครั้งนี้เกิดขึ้นในรอบรองชนะเลิศนัดแรกและกลายเป็นข่าวใหญ่ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในบราซิลและต่างประเทศ
รายงานระบุว่าเหตุการณ์เริ่มบานปลายในครึ่งหลัง หลังจากดาวี นักเตะของมาโมเร่ แสดงท่าทียั่วยุไปยังม้านั่งสำรองของคู่แข่งระหว่างฉลองประตูที่ช่วยให้ทีมขึ้นนำ 3-1 ก่อนที่ความตึงเครียดจะลุกลามจนเปาโล เซร์คิโอ ดิอาส ดอส ซานโตส โค้ชผู้รักษาประตูของอูเบอร์ลันเดียวิ่งลงสนามไปเผชิญหน้า และเกิดการตะลุมบอนระหว่างทั้งสองฝ่าย ผู้ตัดสินจึงต้องแจกใบแดงอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักเตะถูกไล่ออก 43 คน เจ้าหน้าที่ทีมและสตาฟฟ์โค้ชอีก 8 คน รวมถึงกรรมการบริหารของอูเบอร์ลันเดียอีก 2 คน ขณะที่ก่อนหน้านั้นมีผู้เล่นโดนใบแดงไปแล้ว 3 คน นอกจากนี้ สนามปาร์เก โด ซาเบียยังได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งประตู 14 บาน ห้องอาบน้ำ กระจกหน้าต่าง ม้านั่ง โต๊ะ และเก้าอี้ที่ถูกทำลาย จนเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์
การแข่งขันต้องหยุดลงราว 40 นาที ก่อนที่เฟร์นานโด แพทริก ดรอสกิช โมเดสโต ผู้ตัดสินจะตัดสินใจยุติเกมกลางคัน พร้อมระบุในรายงานว่าเกิดการทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่จนไม่สามารถดำเนินขั้นตอนต่อไปได้ จากเหตุการณ์นี้ อูเบอร์ลันเดียประกาศไม่ลงเล่นเกมรอบรองชนะเลิศนัดที่สอง โดยให้เหตุผลว่ามาโมเร่เหลือนักเตะที่พร้อมลงสนามเพียง 7 คน ส่งผลให้มาโมเร่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทันที และอูเบอร์ลันเดียจะหันไปเตรียมทีมสำหรับเกมชิงอันดับ 3 แทน สโมสรยืนยันด้วยว่ามีการดำเนินมาตรการทางวินัยภายในกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมย้ำว่าการพัฒนากีฬาไม่ควรแยกออกจากการพัฒนาความเป็นมนุษย์ ซึ่งสะท้อนจุดยืนของสโมสรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน