
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟสคืนนี้ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก กลายเป็นอีกหนึ่งเกมใหญ่ที่แฟนบอลจับตามอง เมื่อ โรม่า เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด แชมป์ยุโรป 15 สมัย โดยโชเซ่ มูรินโญ่ จะได้กลับมาเผชิญหน้ากับอดีตต้นสังกัดอีกครั้งในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและความหมายต่อทั้งสองทีม ราชันชุดขาวหวังรักษาสถิติอันยอดเยี่ยมเหนือทีมจากอิตาลีต่อไป ขณะที่เจ้าถิ่นต้องการใช้เสียงเชียร์ในบ้านช่วยสร้างเซอร์ไพรส์ในค่ำคืนสำคัญนี้
ฝั่งโรม่า ยังต้องลุ้นความพร้อมของผู้เล่นหลายราย โดย ดอนเยลล์ มาเล่น ดาวยิงคนสำคัญยังสามารถลงช่วยทีมได้ในรายการยุโรป แม้จะติดโทษแบนในเกมลีกนัดถัดไป ส่วน ไบรอัน คริสตันเต้ ต้องรอเช็กอาการเจ็บหัวเข่าจนถึงวินาทีสุดท้าย ขณะที่ผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่าง มิเล่ สวิลาร์ หมดสิทธิ์ลงสนามแน่นอนจากอาการกระดูกนิ้วเท้าหัก ทำให้ ปิแอร์ลุยจิ โกลลินี่ ได้รับโอกาสเฝ้าเสาอีกครั้ง ด้านเรอัล มาดริด ของมูรินโญ่ เดินทางมาพร้อมผู้เล่น 23 คน แต่จะไม่มี เอแดร์ มิลิเตา, แฟร์กล็องด์ เมนดี้, โรดรีโก้ และ ราอูล อาเซนซิโอ ที่บาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ดีน เฮาเซ่น พร้อมกลับมาลงสนามหลังพ้นโทษแบนในลีก ขณะที่ เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้า, อาร์ด้า กือแลร์ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา พร้อมเป็นตัวเลือกหลังพ้นโทษแบนในเกมยุโรป ส่วน วินิซิอุส จูเนียร์ ยังลงเล่นได้แม้กำลังจะติดโทษแบนในลีกเร็ว ๆ นี้ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ก็มีลุ้นสร้างสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นครบ 100 นัดในศึก UCL แซงหน้าสถิติของ ลิโอเนล เมสซี่ ได้สำเร็จ
เมื่อพิจารณาจากคุณภาพทีมและผลงานในเวทียุโรป เรอัล มาดริด ยังดูมีภาษีดีกว่า แม้ โรม่า จะได้เปรียบจากการเล่นในบ้านและมีแรงกระตุ้นสูงจากการพบยักษ์ใหญ่แห่งสเปน แต่ศักยภาพเฉพาะตัวของแนวรุกและแผงกลางของทีมเยือนน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ตัดสินเกมนี้ได้ รูปเกมมีแนวโน้มสูสีกว่าที่หลายคนคาด ทว่าหากมองจากสถิติการเจอทีมอิตาลีของมาดริดที่เก็บชัยชนะได้ถึง 20 จาก 22 นัดหลังสุด เชื่อว่าราชันชุดขาวยังมีโอกาสบุกมาเก็บสามแต้มกลับบ้านได้อีกครั้ง โดยผลการแข่งขันที่คาดคือ โรม่า แพ้ เรอัล มาดริด 1-2