
อังกฤษสร้างผลงานสุดสะเทือนวงการด้วยการบุกถล่มโครเอเชีย 7-0 ในเกมที่พวกเขาคุมทุกจังหวะตั้งแต่นาทีแรกจนจบเกม สกอร์ที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายอย่างมาก แม้ทีมเยือนจะดูมีภาษีดีกว่าอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ผลการแข่งขันกลายเป็นประวัติศาสตร์คือความเฉียบคม ความกระฉับกระเฉง และความมั่นใจที่สิงโตคำรามแสดงออกมาตลอด 90 นาที ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอังกฤษชุดนี้กำลังอยู่ในจังหวะการเล่นที่ลงตัวทั้งระบบรุกและรับ
เกมรุกของอังกฤษประสานงานกันอย่างไหลลื่นจากแนวหน้าสู่แนวหลัง โดย แฮร์รี่ เคน, จู๊ด เบลลิงแฮม, บูกาโย่ ซาก้า และ แอนโธนี่ กอร์ดอน เล่นร่วมกันอย่างเข้าขา ขณะที่ เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน กับ อเล็กซ์ สกอตต์ ช่วยเชื่อมเกมและไล่บีบแดนบนจนโครเอเชียตั้งลำได้ยาก ประตูแรกเกิดจากการเพรสซิ่งบีบให้เจ้าถิ่นเสียบอล ก่อนพาบอลต่ออย่างแม่นยำไปจบสกอร์ ส่วนประตูที่เหลือต่างสะท้อนคุณภาพทีมเวิร์ก การเคลื่อนที่หาพื้นที่ และการเข้าทำที่หลากหลาย ทั้งการต่อบอลเร็ว การครอสจากด้านข้าง การตบเข้ากลาง และการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกที่เฉียบขาด ทำให้โครเอเชียถูกเจาะได้แทบทุกมุมของสนาม
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยังตอกย้ำว่ามาตรฐานของโครเอเชียกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แม้จะมีชื่อชั้นและประสบการณ์สูง แต่โครงสร้างทีมชุดปัจจุบันยังห่างไกลจากยุครุ่งเรืองของพวกเขา ขณะที่อังกฤษภายใต้การทำทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล ดูมีทางเลือกในเชิงคุณภาพให้ใช้งานอย่างมหาศาล และพร้อมยกระดับไปอีกขั้นในอนาคต สถิติระหว่างสองทีมก็ยืนยันชัดว่าอังกฤษเหนือกว่าอย่างมากในช่วงหลัง และสกอร์ 7-0 นัดนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในเกมที่ถูกจดจำยาวนานในฐานะหลักฐานของช่องว่างระหว่างทีมที่กำลังพุ่งขึ้นกับทีมที่กำลังเปลี่ยนถ่ายยุคสมัย