
ประเด็นคดีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นที่ถกเถียงอย่างหนักในวงการฟุตบอลอังกฤษ แต่หากมองในมุมของภาพรวมธุรกิจและความนิยมของพรีเมียร์ลีกแล้ว หลายฝ่ายเชื่อว่าการลงโทษถึงขั้นปรับตกชั้นคงไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เพราะผลกระทบที่ตามมาจะลุกลามไปไกลกว่าตัวสโมสร และอาจสะเทือนทั้งรายได้ กระแสความนิยม รวมถึงความน่าสนใจของลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอย่างรุนแรง
เหตุผลสำคัญข้อแรกคือพรีเมียร์ลีกอาจสูญเสียเกมใหญ่ระดับบิ๊กแมตช์ไปหลายคู่ทันที ไม่ว่าจะเป็นแมนซิตี้พบแมนยูไนเต็ด ศึกดาร์บี้แห่งเมืองแมนเชสเตอร์, แมนซิตี้พบลิเวอร์พูลในเกมที่เคยดุเดือดช่วงแย่งแชมป์, แมนซิตี้พบอาร์เซน่อลที่กลายเป็นคู่ขับเคี่ยวของยุคนี้, รวมถึงเกมกับเชลซีและสเปอร์สที่มักสร้างสีสันให้ลีกอยู่เสมอ นอกจากนี้ หากแมนซิตี้หายไปจากลีกสูงสุด ความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีกในสายตาแฟนบอลทั่วโลกอาจลดลง และเปิดโอกาสให้ลีกอื่นในยุโรปแย่งความนิยมไปได้มากขึ้น ขณะเดียวกันในเวทียุโรป ทีมจากอังกฤษทีมอื่น ๆ ก็อาจขาดคู่แข่งที่มีศักยภาพพอจะต่อกรกับยักษ์ใหญ่ระดับเปแอสเช เรอัล มาดริด บาร์เซโลนา หรือบาเยิร์น มิวนิกได้อย่างสูสี อีกทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจก็อาจรุนแรง ตั้งแต่รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ วันแข่งขัน ไปจนถึงยอดขายสินค้าที่ระลึก ซึ่งทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้หลายคนมองว่าการลงโทษแมนซิตี้แบบสุดทางอาจสร้างความเสียหายต่อพรีเมียร์ลีกมากเกินกว่าจะรับไหว
ในอีกด้านหนึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันหนักแน่นว่าพวกเขาไม่ได้ละเมิดกฎการเงินตามที่ถูกกล่าวหา และพร้อมต่อสู้กับทุกข้อสงสัยด้วยความมั่นใจเต็มที่ โดยชี้ว่าความสำเร็จของสโมสรและการดึงดูดนักเตะระดับโลกเกิดจากโครงสร้างทีม ผลงานในสนาม และฐานแฟนบอลที่แข็งแกร่งทั่วโลก เมื่อพิจารณาทั้งมิติด้านกีฬา เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของพรีเมียร์ลีกแล้ว กระแสคาดการณ์จึงยังโน้มเอียงไปในทิศทางเดิมว่า โอกาสที่แมนซิตี้จะโดนปรับตกชั้นมีไม่มาก และเรื่องนี้น่าจะยังเป็นประเด็นร้อนที่ต้องติดตามกันต่อไปอีกยาว