Not cache

โซโบซไล-อเราโฮ-แม็ค อัลลิสเตอร์ โดดเด่น! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลหลังเฉือนแอตฯ มาดริด เปิดหัว UCL

Nattapong Srisai - 10 Thg 9 2026
Số lượt xem :
3
โซโบซไล-อเราโฮ-แม็ค อัลลิสเตอร์ โดดเด่น! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลหลังเฉือนแอตฯ มาดริด เปิดหัว UCL

ลิเวอร์พูลเปิดฉากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟสได้อย่างน่าประทับใจ หลังพลิกกลับมาเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 โดยเกมนี้สองชื่อที่โดดเด่นที่สุดคือ โดมินิค โซโบซไล และอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ซึ่งต่างยกระดับผลงานของทีมได้อย่างชัดเจน ทั้งในแง่การคุมจังหวะเกม การเชื่อมเกมรุก และการจบสกอร์ ขณะที่ โรนัลด์ อเราโฮ โชว์ฟอร์มเด่นเกินคาดกับบทบาทฟูลแบ็กจำเป็น พร้อมทำแอสซิสต์สุดสวยให้โซโบซไลยิงประตูตีเสมอในเกมที่แอนฟิลด์คว้าชัยสำคัญเมื่อวันพุธที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา

ในบรรดา 11 ตัวจริง อลีสซง เบ็คเกอร์ ได้ 7 คะแนนจากการเซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะป้องกันลูกยิงของ ฮูเลียน อัลวาเรซ ส่วน อเราโฮ ได้ 8 คะแนนจากเกมรับที่แข็งแกร่งและเกมรุกฝั่งขวาที่สร้างความแตกต่าง เฌเรมี่ ฌักเก้ต์ รับ 6.5 คะแนนจากการประเดิมเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีกที่สอบผ่าน ขณะที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ได้ 7 คะแนนจากความนิ่งและการสกัดบอลที่ไว้ใจได้ มิลอช เคอร์เคซ ได้ 6 คะแนนจากจังหวะเสียรูปเกมช่วงต้น ก่อนจะค่อยๆ กลับมาเล่นดีขึ้น ด้าน โซโบซไล ได้ 8 คะแนนเต็มจากพลังงานที่ไม่มีหมด การไล่บีบเพรสซิ่ง การครองบอล และการผ่านบอลที่แม่นยำจนคว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง ขณะที่ แม็ค อัลลิสเตอร์ ก็ได้ 8 คะแนนเช่นกันจากบทบาทคุมเกม ตัดบอลไว และจบสกอร์ได้เฉียบคม บรัดเลย์ บาร์กโกล่า ได้ 6.5 คะแนนจากความเร็วและความคล่องตัว, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ได้ 7 คะแนนจากการสร้างสรรค์เกมและความขยัน, ริโอ เอ็นกูโมฮา ได้ 7.5 คะแนนจากความเร็วและความกล้าเล่นในตำแหน่งถนัด ส่วน อเล็กซานเดอร์ อิซัค ได้ 6 คะแนน แม้จะไม่ได้หวือหวามากนัก แต่การเพรสซิ่งของเขาช่วยกดดันแนวรับทีมเยือนได้ดี

ฝั่งตัวสำรอง เจเรมี่ ฟริมปง ที่ลงแทน ริโอ เอ็นกูโมฮา นาทีที่ 60 ได้ 6 คะแนนจากการเพิ่มความสดและความเร็วทางขวา ขณะที่ บิคตอร์ มูนญอซ ซึ่งลงแทน บรัดเลย์ บาร์กโกล่า นาทีเดียวกัน ก็ได้ 6 คะแนนจากความกล้าเล่นและการครองบอลที่เหนียวแน่น ไรอัน กราเฟนแบร์ก ที่ลงแทน แม็ค อัลลิสเตอร์ นาทีที่ 69 ได้ 6 คะแนน แม้มีจังหวะเสียบอลบ้าง แต่การอ่านเกมและตัดบอลยังช่วยทีมได้ดี ส่วน ลูอิส คูมาส กับ คอสตาส ซิมิคาส ที่ลงช่วงท้ายเกมได้คะแนน 5.5 ทั้งคู่จากความขยันและการช่วยทีมปิดเกม เมื่อภาพรวมทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า ลิเวอร์พูลมีทั้งความดุดัน ความสมดุล และตัวเปลี่ยนเกมที่พร้อมยกระดับทีมต่อเนื่อง หากรักษามาตรฐานนี้ได้ โอกาสเดินหน้าในเวทียุโรปก็สดใสไม่น้อยเลยทีเดียว