
ตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีหลายจุดที่น่าชื่นชม โดยเฉพาะการยกเครื่องแดนกลางด้วยการดึง คาร์ลอส บาเลบา, ยูริ ตีเลอมันส์ และ อันเดรย์ ซานโตส เข้ามาเพิ่มทั้งพละกำลัง ประสบการณ์ พลังงาน และความลึกของขุมกำลัง ทำให้ทีมของไมเคิ่ล คาร์ริค มีทางเลือกในการหมุนเวียนผู้เล่นมากขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือการเสริมทัพครั้งนี้กำลังแก้ปัญหาเดิมได้จริง หรือกำลังสร้างช่องโหว่ใหม่ขึ้นมาแทน เพราะแม้เกมตรงกลางจะดูแข็งแกร่งขึ้น แต่แนวรับกลับแทบไม่ได้รับการปรับปรุงอย่างเป็นรูปธรรมเลย
ความกังวลหลักอยู่ที่ตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กและฟูลแบ็ก ซึ่งยังเต็มไปด้วยคำถามเรื่องความฟิตและความต่อเนื่องของขุมกำลังหลัก มาตไตส์ เดอ ลิกต์ กับ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ มีคุณภาพพอจะเป็นคู่เซนเตอร์แบ็กชั้นดี แต่ประวัติอาการบาดเจ็บทำให้ยากจะเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะพร้อมลงสนามได้ตลอดทั้งฤดูกาล ขณะที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยังมีประโยชน์ทั้งเรื่องประสบการณ์ ภาวะผู้นำ และลูกกลางอากาศ แต่ก็มีข้อจำกัดด้านความเร็วและความเข้ากันกับเกมเพรสซิ่งสูง ส่วนดาวรุ่งอย่าง เลนี่ โยโร่ และ อายเด้น เฮฟเว่น แม้มีศักยภาพสูงและอนาคตสดใส แต่ก็ยังไม่ควรถูกแบกรับความคาดหวังมากเกินไปในทีมที่ต้องรับมือทั้งพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตลอดซีซั่น
ปัญหาดังกล่าวยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อมองไปที่ตำแหน่งฟูลแบ็ก ซึ่งในฟุตบอลยุคใหม่ไม่ได้มีหน้าที่แค่เกมรับอีกต่อไป แต่ต้องช่วยสร้างเกม เติมความกว้าง สนับสนุนการเพรสซิ่ง และเชื่อมเกมรุกให้ทีมได้ด้วย แมนฯ ยูไนเต็ด มี นุสแซร์ มาซราวี, ดีโอโก้ ดาโลต์, ลุค ชอว์ และ แพทริค ดอร์กู เป็นตัวเลือกหลัก ทว่าเมื่อพิจารณาจากสภาพร่างกายและบทบาทที่แต่ละคนเหมาะสม ยังมีความเสี่ยงไม่น้อย โดยเฉพาะกรณีของดอร์กูที่มีจุดเด่นด้านความเร็ว พละกำลัง และความอเนกประสงค์ แต่อาจถูกดึงออกจากบทบาทเกมรุกที่เขาแสดงศักยภาพได้ดีที่สุด สรุปแล้ว ยูไนเต็ดอาจทำให้แดนกลางแข็งแกร่งขึ้นได้จริง แต่หากแนวรับยังไม่มั่นคงพอ การยกระดับเกมโดยรวมก็อาจไม่สมบูรณ์ และอาจทำให้การลงทุนในมิดฟิลด์ไม่ส่งผลเต็มประสิทธิภาพอย่างที่สโมสรคาดหวัง