
ลิเวอร์พูลบรรลุข้อตกลงในหลักการกับปารีส แซงต์-แชร์กแมงเพื่อคว้าตัว บรัดเลย์ บาร์กโกล่า ปีกทีมชาติฝรั่งเศสวัย 23 ปี มาร่วมทีม ด้วยแพ็กเกจค่าตัวรวมสูงสุด 120 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลที่ใหญ่ที่สุดของตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ 2026 และสะท้อนให้เห็นถึงแผนเสริมแนวรุกครั้งสำคัญของทีมจากแอนฟิลด์ หลังการเจรจาที่ยืดเยื้อและซับซ้อนมาตลอดหลายเดือน
เส้นทางของดีลนี้เริ่มชัดเจนตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2026 เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แจ้งความประสงค์ขอย้ายทีมก่อนหมดสัญญา 1 ปี ทำให้ลิเวอร์พูลต้องวางแผนหาตัวแทนระยะยาวในตำแหน่งริมเส้น ต่อมาในเดือนมิถุนายน ซาลาห์ย้ายไปแทร็บซอนสปอร์ ส่งผลให้สโมสรเร่งล่าตัวเลือกใหม่ โดยเคยให้ความสนใจ ยาน ดิโอม็องเด้ ก่อนเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นบาร์กโกล่าแบบจริงจัง จากนั้นวันที่ 20 กรกฎาคม มีรายงานว่าลิเวอร์พูลเตรียมยื่นข้อเสนอ 85 ล้านปอนด์เพื่อหยั่งเชิงเปแอสเช ก่อนที่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมจะมีข่าวว่าบาร์กโกล่าตกลงเงื่อนไขส่วนตัวได้แล้ว แต่ยังติดเรื่องค่าตัว เพราะเปแอสเชตั้งราคาสูงถึง 145 ล้านปอนด์ ขณะที่ลิเวอร์พูลเลือกใช้วิธีเจรจาอย่างอดทน กระทั่งวันที่ 5 สิงหาคม บาร์กโกล่าเริ่มแสดงความต้องการย้ายมาร่วมงานกับ อันโดนี่ อิราโอล่า เพื่อโอกาสลงสนามที่มากขึ้น โดยต้องแข่งขันกับ ควิช่า ควารัตสเคเลีย และ เดซีเร่ ดูเอ้ ที่ปารีส ต่อมาในวันที่ 14 สิงหาคม เปแอสเชเสริมแนวรุกเพิ่มด้วยการดึง เฟร์ราน ตอร์เรส, มักแนส อากลีอุช และ มิก้า ค็อดต์ส เข้ามา ทำให้โอกาสของบาร์กโกล่าลดลง และเปิดทางให้สโมสรพร้อมปล่อยตัว ก่อนที่วันที่ 23 สิงหาคม เขาจะไม่มีชื่อในทีมชุดเปิดฤดูกาลเกมพบแรนส์ ซึ่งถูกมองเป็นสัญญาณชัดเจนว่าการย้ายทีมใกล้เสร็จสิ้น สุดท้ายช่วง 25-26 สิงหาคม ผู้บริหารของทั้งสองสโมสรเดินหน้าเจรจาที่โมนาโก และในวันที่ 27 สิงหาคม เดวิด ออร์นสตีน กับ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ รายงานตรงกันว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงในหลักการเรียบร้อยแล้ว
ตามโครงสร้างของดีล ลิเวอร์พูลจะจ่ายค่าตัวเบื้องต้น 100 ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสตามผลงานอีก 20 ล้านปอนด์ ทำให้มูลค่ารวมสูงสุดแตะ 120 ล้านปอนด์ และคาดว่าบาร์กโกล่าจะเซ็นสัญญาระยะยาวกับสโมสรจนถึงปี 2032 ขณะเดียวกันการมาถึงของเขาอาจส่งผลต่ออนาคตของ โกดี้ คักโป ซึ่งมีรายงานว่าสามารถพิจารณาย้ายออกได้ท่ามกลางความสนใจจากท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยขั้นตอนสุดท้ายของการย้ายทีมคือการเดินทางไปอังกฤษเพื่อตรวจร่างกายและจัดการเอกสารให้เสร็จสิ้นก่อนเส้นตายตลาดซื้อขายวันที่ 1 กันยายนนี้ ซึ่งหากทุกอย่างราบรื่น บาร์กโกล่าจะกลายเป็นกำลังสำคัญรายใหม่ในแนวรุกของลิเวอร์พูลทันที