
อันโดนี่ อิราโอล่า มองว่าปัญหาเกมรับของลิเวอร์พูลไม่ได้แก้ได้ด้วยการดึงมิดฟิลด์ตัวรับธรรมชาติเข้ามาเพียงอย่างเดียว หลังทีมของเขาถูกนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ลงโทษจากจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกในเกมพรีเมียร์ลีกที่เสมอกัน 2-2 ที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค โดยลิเวอร์พูลต้องไล่ตามหลังถึงสองครั้งก่อนที่จุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บของโดมินิก โซโบซไล จะช่วยให้ทีมแบ่งแต้มกลับออกมาได้
ประเด็นสำคัญจากเกมนี้คือการที่ลิเวอร์พูลเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตีด้วยเกมสวนกลับ โดยเฉพาะตอนที่ผู้เล่นแดนกลางดันขึ้นไปสูงเกินไปจนแนวรับเสียสมดุล ซึ่งประตูแรกเกิดจากจังหวะที่ไรอัน กราเฟนแบร์กเติมเกมจนไปอยู่ใกล้เขตโทษฝั่งนิวคาสเซิล ก่อนที่ทีมจะเสียบอลและถูกแอนโธนี่ เอลังก้า ใช้ความเร็วโจมตีพื้นที่ด้านหลัง เมื่อถูกถามว่านี่สะท้อนถึงความจำเป็นของการมีมิดฟิลด์หมายเลข 6 โดยธรรมชาติหรือไม่ อิราโอล่าตอบชัดว่าไม่ใช่เรื่องของผู้เล่นเพียงคนเดียว และย้ำว่าหากจังหวะนั้นจบด้วยประตู ทุกคนก็อาจชื่นชมการเติมเกมของกราเฟนแบร์กแทน
กุนซือรายนี้ยังอธิบายเพิ่มเติมว่าลิเวอร์พูลต้องปรับตัวเป็นทีมเมื่อผู้เล่นคนใดคนหนึ่งขึ้นเกมสูง เพราะหน้าที่ป้องกันช่องว่างไม่ควรตกอยู่กับคนเดียว ขณะเดียวกันเขามองว่าประตูที่สองไม่ได้เกิดจากการขาดตัวช่วยในแนวรับ แต่เกิดจากความดุดันในการหยุดคนพาบอลที่ยังไม่มากพอ พร้อมระบุว่าทั้งสองประตูมาจากสถานการณ์ทรานซิชั่นที่ทีมเตรียมรับมือมาแล้วตลอดสัปดาห์ สุดท้ายอิราโอล่าสรุปว่าลิเวอร์พูลมีหลายอย่างน่าพอใจ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่เล่นเฉียบคม กดดันได้มากขึ้น และสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง ทำให้ผลเสมอหนึ่งแต้มถือว่าสมควรแล้ว