
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของไมเคิ่ล คาร์ริค เริ่มเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้จากผลงานอุ่นเครื่อง 3 นัดแรกในช่วงปรีซีซั่น หลังเก็บชัยเหนือโรเซนบอร์ก 5-0 และเอาชนะแอตเลติโก มาดริด 2-1 พร้อมกับมีหลายจุดที่น่าสนใจจากฟอร์มของเมสัน เมาท์ และดาวรุ่งอย่างเช เลซี่ย์ อย่างไรก็ตาม แฟนผีควรพอใจกับพัฒนาการได้ แต่ยังไม่ควรตัดสินว่าทีมพร้อมเต็มร้อย เพราะเกมอุ่นเครื่องย่อมต่างจากเกมแข่งขันจริงอย่างชัดเจน
ตลอด 3 เกมแรก คาร์ริคพยายามยึดระบบ 4-2-3-1 โดยใช้ขุมกำลังที่มีอยู่มากที่สุด ก่อนจะทยอยส่งนักเตะดาวรุ่งลงสนามในครึ่งหลังและช่วงท้ายเกม แนวรับสี่คนที่ประกอบด้วยลุค ชอว์, เอย์เดน เฮฟเว่น, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และเลนี่ โยโร่ ได้ออกสตาร์ตต่อเนื่องทั้ง 3 นัด ขณะที่แดนกลางมีอันเดรย์ ซานโต้ส กับเมสัน เมาท์ ทำหน้าที่หลัก สะท้อนให้เห็นว่าทีมกำลังอยู่ในช่วงทดลองสมดุลและจังหวะของแผนการเล่น ฟอร์มในเกมแรกที่แพ้เร็กซ์แฮม 1-0 ดูติดขัดพอสมควร แต่หลังจากนั้นทีมยกระดับขึ้นชัดเจนในสองเกมถัดมา โดยเฉพาะการขึ้นเกมและจบสกอร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคือเลนี่ โยโร่ ซึ่งถูกใช้งานในตำแหน่งแบ็กขวาและทำได้ดีไม่น้อย โดยดูเหมาะกับบทบาทนี้มากกว่าการยืนเซ็นเตอร์บางจังหวะ เพราะสามารถเติมเกมรุกริมเส้นและออกบอลได้ดี ส่วนแฮร์รี่ แม็กไกวร์ยังคงเป็นแกนหลักในแนวรับ ขณะที่เอย์เดน เฮฟเว่นก็ช่วยประคองเกมได้พอใช้ ด้านอันเดรย์ ซานโต้ส แสดงให้เห็นถึงคุณภาพในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับ ทั้งการตัดเกม บีบพื้นที่ และจ่ายบอลทะลุแนวรับ ขณะที่เมสัน เมาท์ดูปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันดาวรุ่งวัย 19 ปีอย่างเช เลซี่ย์ ก็สร้างความประทับใจจากความเร็ว ความกล้าเล่น และความเฉียบคม โดยทำได้ทั้งยิงประตูและเรียกจุดโทษจากการเล่นหลากหลายตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดฤดูกาลจริง แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีเกมอุ่นเครื่องกับเปแอสเช, ลีดส์ ยูไนเต็ด และเอซี มิลาน รออยู่ ซึ่งน่าจะทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าทีมมีจุดแข็งและจุดอ่อนตรงไหนก่อนบุกเยือนฮัลล์ ซิตี้ ในนัดเปิดสนาม และนี่คือเหตุผลที่แฟนบอลต้องไม่หลงไปกับภาพสวย ๆ ของพรีซีซั่นมากเกินไป