
ชื่อของ โจชัว คุชเนอร์ กลายเป็นกระแสร้อนในวงการลูกหนังโลก หลังถูกดึงเข้ามาเป็นแกนหลักของเงินทุนในโครงการธุรกิจใหม่ของ ฟีฟ่า ที่มีมูลค่าสูงเกินกว่า 6 แสนล้านบาท จนทำให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะ ยูฟ่า ตั้งคำถามหนักว่าแผนนี้อาจเท่ากับการเปิดทางให้ฟุตบอลโลกถูกแปรสภาพเป็นสินทรัพย์ของภาคเอกชนมากเกินไป
โจชัว คุชเนอร์ เป็นนักลงทุนจากซิลิคอน วัลเลย์ และผู้ก่อตั้ง Thrive Capital กองทุนร่วมลงทุนชื่อดังที่สร้างชื่อจากการสนับสนุนบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็น Instagram, Spotify และ OpenAI โดยปัจจุบันเขามีทรัพย์สินมหาศาลระดับพันล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันยังเป็นน้องชายของ จาเร็ด คุชเนอร์ และเป็นสามีของซูเปอร์โมเดล คาร์ลี คลอสส์ ความสัมพันธ์ทางธุรกิจและสายสัมพันธ์ทางการเมืองของเขายิ่งทำให้ชื่อของเขาถูกจับตามองมากขึ้นเมื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับแผนเชิงพาณิชย์ของ ฟีฟ่า
ประเด็นใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ ฟีฟ่า เตรียมตั้งบริษัทลูกชื่อ FIFA Forward Enterprise เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ทางการค้าของฟุตบอลโลกทั้งหมด ตั้งแต่ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ การตลาด ไปจนถึงการจัดการแข่งขัน โดยประเมินมูลค่าไว้ราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแผนเปิดขายหุ้นส่วนน้อยเพื่อระดมทุนจำนวนมาก ขณะที่กลุ่ม Thrive Eternal ของ คุชเนอร์ ถูกวางตัวเป็นผู้ลงทุนหลัก จนเกิดเสียงวิจารณ์จาก ยูฟ่า และสมาพันธ์ต่าง ๆ ว่านี่อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนครอบครองอิทธิพลเหนือฟุตบอลโลกมากเกินไป แม้ ฟีฟ่า จะมองว่านี่คือทางเลือกทางการเงินเพื่อยกระดับการแข่งขัน แต่ข้อถกเถียงครั้งนี้กำลังสะเทือนอนาคตของธรรมาภิบาลฟุตบอลโลกอย่างชัดเจน