
เชลซีเตรียมเปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์รับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเกมพรีเมียร์ลีกคู่ใหญ่ของวันเสาร์ ซึ่งเป็นแมตช์ที่ทั้งสองทีมต่างต้องการชัยชนะอย่างยิ่งเพื่อหยุดช่วงฟอร์มสะดุด หลังมีความเสี่ยงจะพ่ายเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันทุกรายการ ทำให้เกมนี้ถูกจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะแรงกดดันที่ถาโถมไปยังไมเคิ่ล คาร์ริคซึ่งกำลังเผชิญสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก
ฝั่งเชลซีของชาบี อลอนโซ่ยังต้องลุ้นความฟิตของผู้เล่นหลายคน หลังเกมคาราบาว คัพที่แอนฟิลด์ทำให้มักซ็องซ์ ลาครัวซ์, มอยเซส ไกเซโด้ และมาโล กุสโต้ มีปัญหาอาการบาดเจ็บ โดยสองรายหลังมีโอกาสกลับมาช่วยทีมได้ทันเวลา ขณะที่ลาครัวซ์ยังต้องเช็กอาการกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังและอาจต้องพักยาวเพิ่มจากลิสต์เดี้ยงเดิม อย่างไรก็ตาม โคล พาลเมอร์ พ้นโทษแบนกลับมาพร้อมลงสนามแล้ว ส่วนแนวรับอาจมีการปรับใช้เวสเลย์ โฟฟาน่าลงช่วยทีมต่อเนื่อง แม้เพิ่งมีจังหวะผิดพลาดในเกมสำคัญก่อนหน้านี้ก็ตาม ด้านแมนฯ ยูไนเต็ด ข่าวดีคือบรูโน่ แฟร์นันด์สมีแนวโน้มกลับมาเป็นตัวจริง หลังเคลียร์ใจกับกุนซือเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ค็อบบี้ เมนูเริ่มกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่สถานะของมาร์คัส แรชฟอร์ดยังไม่แน่นอน และลุค ชอว์, เบนยามิน เชชโก้, มานูเอล อูการ์เต้ รวมถึงแพทริค ดอร์กู ยังไม่พร้อมลงเล่น
เมื่อพิจารณาจากภาพรวมแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ดน่าจะยังมีโอกาสสร้างสรรค์เกมรุกและหาโอกาสจบสกอร์ได้ แม้เชลซีจะมีปัญหาเกมรับและขาดกำลังสำคัญหลายราย แต่จุดเปราะบางของปีศาจแดงดูจะอยู่ที่แนวรับและความสม่ำเสมอมากกว่า ทำให้เชื่อว่าเจ้าบ้านมีลุ้นใช้ความได้เปรียบในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ตอบสนองต่อผลงานที่น่าผิดหวังและเก็บชัยชนะในเกมใหญ่ครั้งนี้ได้สำเร็จ โดยผลการแข่งขันที่คาดคือเชลซีเฉือนชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1