
ลิเวอร์พูลประเดิมฤดูกาลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2026/27 ด้วยผลเสมอสุดดราม่า 2-2 กับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในเกมที่ทีมเยือนต้องไล่ตีเสมอถึงสองครั้ง ขณะที่หลายคนพูดถึงฟอร์มของบิคตอร์ มูนญอซ ที่ลงสนามเป็นครั้งแรกและสร้างความแตกต่างได้ทันที ส่วนสองซูเปอร์สตาร์ค่าตัวแพงอย่างอเล็กซานเดอร์ อีซัค และฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ยังไม่สามารถยกระดับทีมได้ตามความคาดหวัง ทำให้เกมนี้เต็มไปด้วยทั้งแง่บวกและคำถามสำหรับทัพหงส์แดง
ในฝั่งตัวจริง อลีสซง เบ็คเกอร์มีจังหวะยืนตำแหน่งที่ยังไม่สมบูรณ์ในประตูแรก แต่ก็ยังโชว์ซูเปอร์เซฟช่วยพาทีมไม่ให้พ่าย ส่วนเจเรมี่ ฟริมปงแทบไม่มีอิทธิพลต่อเกมและถูกโจมตีทางฝั่งรับตลอด ด้านเฌเรมี่ ฌักเก้ต์เปิดตัวอย่างน่าประทับใจด้วยความนิ่งและการออกบอลจากแดนหลัง ขณะที่เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดแต่คุมจังหวะเคลียร์บอลได้เด็ดขาด มิลอส เคอร์เคซเจอปัญหาเรื่องความเร็วของแอนโธนี่ เอลังก้าและมีส่วนทำให้ทีมเสียประตูขึ้นนำ ขณะที่ไรอัน กราเฟนแบร์กพลาดจังหวะสำคัญในเกมรับแต่ก็ยังมีแอสซิสต์ช่วยตีเสมอให้ทีม โดมินิค โซโบซไลยังมีความไม่แน่นอนในเกมเปิดบอลและการยืนตำแหน่ง แต่เรียกเครดิตคืนได้จากการสังหารจุดโทษอย่างเยือกเย็น ฟลอเรียน เวียร์ตซ์เริ่มต้นได้ดีแต่ค่อย ๆ หายไปจากเกม ส่วนริโอ เอ็นกูโมฮาและอเล็กซานเดอร์ อีซัคยังไม่สามารถสร้างอันตรายได้มากพอ โดยเฉพาะอีซัคที่ถูกกดดันจากเสียงโห่ตลอดทั้งเกม
เมื่อมองไปที่ตัวสำรอง บิคตอร์ มูนญอซคือคนที่สร้างอิมแพ็คได้ชัดเจนที่สุด ด้วยความกล้าเล่น การลากบอลที่ดุดัน และสปีดอันจัดจ้านจนเรียกจุดโทษในช่วงทดเจ็บ ก่อนที่ทีมจะตีเสมอได้สำเร็จ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ช่วยให้แดนกลางมั่นคงขึ้น โรนัลด์ อเราโฮลงมาคุมเกมรับได้เหนียวแน่นและอ่านเกมดี ขณะที่ลูอิส คูมาสฝากผลงานเปิดตัวในพรีเมียร์ลีกได้อย่างมีอนาคต ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่าลิเวอร์พูลยังต้องเร่งปรับจูนหลายจุด โดยเฉพาะเกมริมเส้นและความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย หากหวังลุ้นแชมป์ตั้งแต่ต้นฤดูกาล